ประวัติของคริสตจักรอภิสุทธิสถาน
คริสตจักรอภิสุทธิสถาน เกิดขึ้นมาโดยการทรงนำและน้ำพระทัยของพระเจ้า...


เมื่อเดือนเมษายน 1993 Ps.นคร ได้รับนิมิตจากพระเจ้า ให้ไปอธิษฐานถืออดอาหาร 7 วัน 7 คืน พร้อมกับพี่น้องคริสตชนที่ใกล้ชิดกับท่าน ซึ่งเมื่อท่านได้แจ้งนิมิตนี้กับทุกคน คนเหล่านั้นก็ทราบทันทีว่าเป็นการเรียกของพระเจ้า เพราะทุกคนก็ได้รับนิมิตอันเดียวกัน ทั้งหมดก็ทำตามโดยที่ไม่ทราบว่าทำไมต้องไปอธิษฐานถืออด แต่ก็ทำเพราะต้องการเชื่อฟังพระเจ้า จากการเชื่อฟังนี้ก็ได้รับหมายสำคัญและการอัศจรรย์ เพิ่มความมั่นใจว่าสิ่งนี้มาจากพระเจ้าจริง และพระเจ้าก็จัดเตรียมที่สำหรับอธิษฐานถืออดไว้ที่จังหวัดระยอง ได้ไปร่วมกันนมัสการอธิษฐานอดอาหาร ภายใต้การทรงสถิตของพระเจ้าทุกวันและทุกคืน พอดีกับช่วงที่ถืออดฯ นี้ ได้ร่วมระลึกถึงวันสิ้นพระชนม์ และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นการอัศจรรย์มากที่วันทั้งสองนี้อยู่ในช่วงที่มาอธิษฐานถืออดด้วย คำเผยพระวจนะ นิมิต และการทรงเรียกของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ ได้มาถึงแต่ละคนตลอดเวลาที่อธิษฐานถืออดอยู่

เมื่อกลับมาจากการอธิษฐานถืออด Ps.นครได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าให้ตั้งคริสตจักร เปิดนมัสการพระเจ้า จึงได้อดอาหารอธิษฐานอีกครั้งเพื่อขอการยืนยันจากพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงยืนยันการทรงเรียก

ดังนั้น ในวันเพนเทคอส (วันที่ 23 พฤษภาคม 1993) ท่านจึงได้เปิดนมัสการพระเจ้าที่บ้านของท่านซึ่งมีพี่น้องคริสตชน มาร่วมนมัสการกว่า 80 คน จากนั้นได้ใช้ที่บ้านอีกหนึ่งสัปดาห์ จึงได้พิจารณาหาที่ใหม่ เพื่อจะได้มีที่เพียงพอสำหรับสมาชิกที่มานมัสการ พระเจ้าก็ทรงนำไปใช้ที่โรงแรมรีเจนท์ ราชประสงค์ ในขณะเดียวกันก็ได้เช่าบ้านในหมู่บ้านเสรี รามคำแหง เพื่อใช้เป็นสำนักงานคริสตจักรระหว่างสัปดาห์ (วันอังคาร-วันเสาร์)

หลังจากที่ใช้โรงแรมรีเจนท์ได้ 2 สัปดาห์ผู้คนก็เต็ม จึงได้ย้ายไปที่โรงแรมฟอร์จูนบลูเวฟ ซึ่งได้ใช้นมัสการพระเจ้ามาจนถึงเดือนตุลาคม 1994 และในวันที่ 16 ตุลาคม 1994 ก็ได้ย้ายมานมัสการที่โรงพยาบาลปิยะเวช เนื่องจากสถานที่เดิมคับแคบ จากนั้นไม่นานก็ได้ย้ายมาที่โกดังเก็บสินค้าของ บริษัท มีนบุรีค้าไม้ จำกัด เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 1995 ซึ่งรวมถึงสำนักงานคริสตจักรก็มารวมอยู่ที่เดียวกัน จึงได้ใช้สถานที่นี้เรื่อยมาจนถึงปี 2000 คริสตจักรจึงได้ย้ายมาเช่าอยู่ที่อาคารเล็ก บ้านการ์ตูน ถนนศรีนครินทร์ ใกล้กับซอยเข้าหมู่บ้านนักกีฬา ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2000 จนถึง 31 สิงหาคม 2003

และพระเจ้าทรงนำให้มาเช่าที่ดินจำนวน 1 ไร่ ณ ซอยหลังสนามกอล์ฟ ถนนกรุงเทพกรีฑา สร้างอาคารนมัสการ เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2003 จนถึงปัจจุบัน

 


 

ในส่วนของชื่อ "Holy of Holies" นั้น พระเจ้าได้สำแดงให้ Ps.นคร เห็นนิมิตภาพตัวหนังสือ เป็นภาพกล่องสี่เหลี่ยม มีไฟอยู่ข้างบน ในเปลวไฟมีมือส่องชูขึ้นมา ในกล่องเหมือนเป็นรัศมีเปล่งเป็นสีขาวพุ่งออกมาและเห็นเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษ "Holy of Holies"   และได้ยินเสียงทางวิญญาณว่า "เรียกคริสตจักรนี้ว่า โฮลี่ ออฟ โฮลี่ส์ (Holy of Holies)" ซึ่งในตอนนั้นถึงแม้จะชัดเจนอย่างมากในการได้รับนิมิต แต่ก็ยังไม่เข้าใจมากนักว่าหมายถึงอะไร เพราะยังไม่รู้ และไม่เคยศึกษาอย่างจริงจังถึงเรื่องวิหารของพระเจ้า หรือ หีบพันธสัญญา

หลังจากนั้น Ps.นคร ก็เริ่มอธิษฐานขอสติปัญญาและความเข้าใจในนิมิตพร้อมกับลงมือค้นคว้า ปรากฎว่ากล่องที่เห็นในภาพนิมิต คือหีบพันธสัญญาในสมัยโมเสส ไฟบนกล่องนี้คือพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะเราอยู่ในช่วงเวลาของพระคัมภีร์ใหม่ ซึ่งได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์มาอาศัยอยู่ในตัวเรา เป็นฤทธิ์เดชอำนาจและพลังให้เรา มือที่ยกชูขึ้นนั้นคือการนมัสการพระเจ้า เพราะเรากำลังอยู่ในยุคสุดท้าย ยุคที่พระเยซูกำลังกลับมาอีกครั้ง เป็นช่วงเวลาปลายของ 6,000 ปี ซึ่งเมื่อเทียบกับแผนผังของพลับพลา หรือวิหารของพระเจ้าในสมัยที่โมเสสสร้างขึ้นตามคำสั่งของพระเจ้า ซึ่งจำลองจากสวรรค์นั้น ด่านสุดท้ายก่อนจะเข้าไปในสถานที่ที่พระเจ้าสถิตอยู่ (โฮลี่ ออฟ โฮลี่ส์ / อภิสุทธิสถาน) มีหีบพันธสัญญาตั้งอยู่ นั่นคือโต๊ะเผาเครื่องหอม ซึ่งคือการนมัสการสรรเสริญพระเจ้านั่นเอง ในอดีตสมัยพระคัมภีร์เดิม ปุโรหิตจะต้องเผาเครื่องหอมให้ควันพวยพุ่งขึ้น อบอวล แล้วจึงสามารถเข้าไปในสถานที่สถิตของพระเจ้า คือห้องชั้นในอภิสุทธิสถานได้ โดยมีควันของเครื่องหอมปกคลุมตัวอยู่ เพื่อปกคลุมความบาปความไม่บริสุทธิ์ แต่ในปัจจุบัน (พระคัมภีร์ใหม่) เราใช้การอธิษฐานสรรเสริญนมัสการจนวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว (จากการชำระโดยโลหิตพระเยซูผ่านทางความเชื่อ) ได้มีการเจิมและขยายกำลังอำนาจออกมาปกคลุมเนื้อหนังร่างกาย ที่ยังมีสภาวะของบาปอยู่ จึงสามารถเข้าไปยังการทรงสถิต (โฮลี่ ออฟ โฮลี่ส์ / อภิสุทธิสถาน) ของพระเจ้าได้ สามารถติดต่อกับ พระเจ้าได้อย่างใกล้ชิด

Ps.นคร ได้อธิบายภาพนิมิตให้กับนักออกแบบโลโก้ (LOGO) ชาวมาเลเซีย ซึ่งออกแบบโดยใช้ความรู้ทางวิญญาณ และทางพระคัมภีร์ด้วย จึงได้โลโก้ (LOGO) ตราประจำออกมาเป็นดังที่เห็นนี้

 

 

"ขอให้คำอธิษฐาน (สรรเสริญนมัสการ) ของข้าพระองค์เป็นดังเครื่องหอมต่อพระพักตร์พระองค์
และที่ข้าพระองค์ยกมือขึ้นอธิษฐาน (สรรเสริญนมัสการ) เป็นดังเครื่องเผาบูชาเวลาเย็น" สดุดี 141:2

พระองค์ประทับเหนือคำสรรเสริญของคนอิสราเอล (ประชากรของพระองค์) สดุดี 22:3



BACK