![]() |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระพรที่ให้กับคริสตจักรของเรา หรือให้กับผู้ที่เชื่อในพระองค์ เราคงต้องมานับพระพรกันว่าปี 2549 นั้น พระเจ้าอวยพรอะไรเราบ้าง บางคนก็บอกว่าไม่มีพระพรจะนับเลย เพราะมีแต่ความทุกข์โศก เหตุการณ์บ้านเมืองหลายๆ เรื่องก็ทำให้เราเป็นทุกข์ นักธุรกิจก็เป็นห่วง มีระเบิดที่โน่นที่นี่ คืนวันที่ 31 ธันวาคม จะไปสนุกสนาน ก็ต้องอยู่ที่บ้าน ตอนนี้วันเด็ก เด็กก็ไม่ค่อยสนุกสนานนัก มีบางที่งดจัดงาน โดยเฉพาะทางราชการ เพราะกลัวระเบิด จิตใจของคนไทยก็คงจะเหี่ยวแห้งพอสมควร กับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น จิตใจของพวกเราที่เป็นคริสเตียน ก็คงจะเหี่ยวแห้งไปพอสมควร เพราะเราก็ยังเป็นเนื้อหนัง แต่เราก็วางใจในพระเจ้า ถ้าพระเจ้าให้เจอกับเหตุการณ์เหล่านั้น แล้วเราจะต้องไปอยู่กับพระเจ้า ก็ต้องขอบคุณพระเจ้า แต่พระเจ้าก็จะคุ้มครองเรา ให้เราเปิดดูในสดุดี 23:1-6
พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ในภาษาอังกฤษเขาก็ใช้คำว่า Lord is my shepherd ในวันคริสตมาส พี่น้องที่เชียงรายทำธงติดอยู่ข้างฝา เขียนว่า Lord is my shepherd ขอบคุณพระเจ้าสำหรับคำนี้ ที่พระเจ้าทรงเตือนเราอยู่ตลอดเวลา ว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยง ในภาษาฮีบรูเขาใช้คำว่าเยโฮวาห์โรฮี ก่อนที่เราจะพูดถึงผู้เลี้ยงที่ดี เรารู้จักพระนามของพระเจ้าทุกพระนามหรือยัง! ถ้าเรารู้จักพระเจ้าทุกพระนาม เราก็จะรู้ว่าพระเจ้าอยู่กับเราทุกหนทุกแห่ง พระนามของพระเจ้าทั้ง 16 พระนาม มีดังนี้.-
ทั้งหมดมี 16 พระนาม แต่วันนี้เราจะพูดถึงเยโฮวาห์โรฮี คือผู้เลี้ยงแกะ คำว่า ผู้เลี้ยงแกะ หมายความว่าอย่างไร อยากให้พี่น้องเปิดไปที่ยอห์น 10:1-5 และ ยอห์น 10:7-18
เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี เราไม่ใช่ลูกจ้าง เราเป็นเจ้าของ ในสดุดี 23:1-6 ที่ได้อ่านไปตอนต้น พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่รัก ในนี้พระเยซูได้บอกว่า เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี เราไม่ใช่ลูกจ้าง เราเป็นเจ้าของ ถ้าพูดถึงคำว่า เป็นเจ้าของ พี่น้องจะเห็นความแตกต่างระหว่างเจ้าของบริษัท กับลูกจ้างของบริษัท ถ้าเป็นลูกจ้างของบริษัท เมื่อมีงานเยอะ งานเลิก 5 โมงเย็น ท่านก็บอกว่าจะต้องกลับแล้ว เพราะงานเลิกแล้ว แต่เจ้าของบริษัท ถ้าต้องส่งสินค้าให้ลูกค้าพรุ่งนี้ ต้องเช็คสต๊อก ท่านก็ต้องทำดึกๆ ดื่นๆ บางครั้งต้องทำถึงเช้า เพราะท่านจะปล่อยงานนั้นผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้ นั่นคือเจ้าของกับลูกจ้าง ลูกจ้างก็คือว่า ฉันได้รับค่าจ้าง บริษัทกำหนดว่าเข้างาน 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น วันเสาร์-อาทิตย์หยุด ถ้าจ้างฉันทำต่อ ต้องมี Over time แต่เจ้าของนั้น ทั่วไปเงินเดือนก็ไม่มี Over time ก็ไม่มี ต้องทำทุกอย่าง ขาดทุนก็ต้องรับผิดชอบ แน่นอนมีกำไรก็ต้องรับกำไร จะมีหรือเปล่า! นั่นอีกเรื่องหนึ่ง
ย้อนกลับไปตรงที่บอกว่า แกะย่อมฟังเสียงของท่าน ท่านเรียกชื่อแกะของท่าน และนำออกไป เมื่อท่านต้อนแกะของท่านออกไปหมดแล้ว ก็เดินนำหน้า พระเยซูเรียกแกะทุกตัวถูกต้อง พระเยซูเรียกชื่อท่านทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ถูกต้อง เวลาที่ท่านอธิษฐานถึงพระนามพระเยซู พระเจ้าผู้ทรงสิทธิอำนาจในสวรรค์ พระองค์ทรงรู้ว่าเสียงนี้ เป็นเสียงใคร พระองค์ทรงเรียกชื่อของท่านทุกคน พระองค์ทรงจำได้ เราเองจำชื่อพี่น้องเราไม่ได้หมดทุกคนหรอกในห้องนี้ ผมเองก็จำชื่อพี่น้องไม่ได้หมด จำหน้าได้เท่านั้น แต่พระเยซูจำชื่อท่านได้ทุกคน เมื่อท่านต้อนแกะของท่านออกไปหมดแล้ว ก็ทรงนำหน้า ผู้เลี้ยงที่ดีจะเดินนำหน้า เพราะแกะสายตาสั้น หูก็ไม่ค่อยได้ยิน แต่จะได้ยินเสียงของผู้เลี้ยง และจำได้ ก็จะเดินตามไป พวกเราเป็นแกะที่ดีหรือเปล่า แกะที่ดีก็คือเดินตามพระเยซู แกะที่ดีก็คือต้องจำเสียงของพระเยซูได้ ไม่ใช่ใครพูดอะไรมาก็ฟังและเชื่อเขาไปหมด
อีกตอนหนึ่ง ในข้อ 14 บอกว่า เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี เรารู้จักแกะของเรา และแกะของเราก็รู้จักเรา พระเยซูคริสต์ทรงรู้จักเราแน่ วันที่เข้ามาหาพระเจ้า เรายกมือขึ้น ขอติดตามพระองค์ วันนั้นชื่อของเราได้จดไว้บนสวรรค์และพระเยซูจำแม่น วันที่เราบอกว่า ลูกขอติดตามพระองค์ตลอดไป แต่หลายครั้งลูกแกะก็กินหญ้าเพลิน เพราะว่าของโลกนี้มันอร่อย มันน่าชื่นชมยินดี ลืมไปว่าผู้เลี้ยงอยู่ตรงไหน บางครั้งเราก็หลงระเริงไปกับโลกนี้
แกะอื่นซึ่งไม่ใช่ของคอกนี้ เราก็มีอยู่ และแกะเหล่านั้น เราก็ต้องพามาด้วย และแกะเหล่านั้น ต้องฟังเสียงของเรา แล้วจะรวมเป็นฝูงเดียว และมีผู้เลี้ยงเพียงผู้เดียว
ในข้อ 17 ด้วยเหตุนี้พระบิดาจึงทรงรักเรา เพราะเราสละชีวิตของเรา เพื่อจะรับชีวิตนั้นคืนมาอีก ไม่มีผู้ใดชิงชีวิตไปจากเราได้ แต่เราสละชีวิตด้วยใจสมัครของเราเอง เรามีสิทธิที่จะสละชีวิตนั้น และมีสิทธิที่จะรับคืนอีก พระเยซูคริสต์ทรงสละชีวิตของพระองค์เอง เพื่อเรา ด้วยความสมัครใจ ไม่ได้คิดอะไร เพราะพระองค์ทรงเป็นเจ้าของพวกเรา ไม่ใช่ลูกจ้าง ไม่ว่าแกะอย่างพวกเราๆ จะนอนหลับในตอนกลางคืน ฝันดี ฝันร้ายก็ตาม พระองค์อยู่ด้วย บางครั้งในความฝันเราอาจจะเจอเหตุการณ์ที่น่ากลัว พระองค์ก็ทรงอยู่ด้วย หลายครั้งตัวผมเองฝันไป ขับผีไป อธิษฐานพูดภาษาแปลกๆ จนกระทั่งตัวเองสะดุ้งตื่น ให้เรารู้ว่าเราอาจจะถูกทำร้ายในตอนกลางคืนก็ได้ เราอาจจะถูกมารซาตานโจมตีตอนเราหลับก็ได้ แต่พระเจ้า ทรงเป็นผู้เลี้ยง คอยปกป้องคุ้มครอง คอยดูแลเอาใจใส่เสมอ เราจึงหลับสบาย
แต่ในภาษาอังกฤษบอกว่า I shall not want ฉันไม่ต้องการอะไรเลย ในชีวิตของท่าน ท่านเคยมีความรู้สึกอย่างนี้ไหม บางครั้งมี แต่ส่วนที่บอกว่าต้องการอะไรหลายๆ อย่างนั้นมีเยอะกว่า เพราะเนื้อหนังเราต้องการ เวลาเราอิ่มข้าวแล้ว เราต้องการกินข้าวอีกไหม เวลาเรามีภรรยาคนหนึ่งแล้ว เราบอกว่า ฉันต้องการอีก มีไหม เวลาที่เรามีลูกหลายคน เราต้องการอีกไหม เวลาที่เรามีเงิน ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวพระดำรัสของพระองค์เสมอว่า ให้มีชีวิตอย่างพอเพียง คำว่า พอเพียง คือเราไม่ต้องการอะไรอีก I shall not want คือมีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่แน่นอนถ้าถามทุกคนที่อยู่ที่นี่ว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างหรือยัง ยังไม่มีหรอก ผมเองผมก็ยังไม่มีทุกอย่าง เราก็ยังต้องการบางอย่าง แต่ขอพระเจ้าช่วย ที่เราจะต้องการบางอย่างให้มันน้อยลงไปทุกวันๆ จนไม่ต้องการอะไรอีก นั่นคือชีวิตที่ถึงความไพบูลย์ของพระเยซูคริสต์
ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่พระองค์ทรงเลี้ยงดูในทุกกรณี เขาบอกว่าแกะมีพระพรอยู่เยอะเลย มีพระพรตรงที่ว่าพระเจ้าพาไปที่ทุ่งหญ้าเขียวสด ที่เราอ่านในยอห์นบอกว่าพระเยซูเปิดประตูแล้ว ก็เดินนำหน้า พาเราไปที่ทุ่งหญ้าเขียวสด มีอาหารกินอย่างดี อยู่ที่ริมน้ำแดนสงบ แล้วคิดกลับมา แล้วแกะอย่างฉัน หญ้าก็ไม่ค่อยจะมี มีแต่ดินแห้งๆ ฟางแห้งๆ น้ำในลำธารก็แห้งขอด กว่าจะได้ดื่มน้ำกันที ก็ต้องอธิษฐานแล้วอธิษฐานอีก ใช่หรือเปล่า! ปีที่ผ่านมาผมเองยอมรับว่าเป็นแกะที่แห้งแล้ง แต่ผมก็รู้ว่าเรามีผู้เลี้ยงที่ดี ถ้าจะพูดไป ตั้งแต่ปี 48 และปี 49 รายได้แทบไม่มีเลย แต่ 2 ปี ก็มีผู้เลี้ยงที่ดี แล้วก็เลี้ยงดูมาตลอด การเลี้ยงของพระเจ้า มีหลายวิธี ผ่านทางผู้รับใช้ ผ่านทางหลายๆ คน เราจะพูดกันอยู่เสมอว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยง แต่บางครั้ง เมื่อฝนไม่ตก ดินมันแตกระแหง หญ้าก็เหี่ยวแห้ง น้ำก็แห้งขอดในลำธาร ถึงวันนั้นท่านยังจะเป็นลูกแกะที่ดีหรือเปล่า ท่านยังจะเดินตามพระเยซูคริสต์ไปหรือเปล่า ท่านยังจะเรียกว่าพระเยโฮวาห์โรฮีหรือเปล่า พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงของข้าพระองค์หรือเปล่า ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่พระองค์ทรงเลี้ยงดูในทุกกรณี
ถ้าเราไม่ลำบาก ถ้าเราไม่ทนทุกข์ก็ไม่เห็นพระเจ้า ตอนที่ทนทุกข์ทรมาน อธิษฐานกับพระเจ้าทั้งกลางวันและกลางคืน แต่เวลาที่สุขสบายอธิษฐานเยอะเลยครับ วันละ 3 มื้อก่อนอาหาร จึงขอบอกพี่น้องว่าไม่ว่าท่านจะมีหรือจน พระเจ้าทรงอยู่ด้วย พระเจ้าจะเลี้ยงดูให้จิตวิญญาณของท่านได้แข็งแรง และได้เจริญเติบโตขึ้น ต่อสู้ในทุกสถานการณ์ได้ พระองค์ทรงฟื้นฟูจิตวิญญาณของท่านใหม่ พาไปที่ริมน้ำแดนสงบ บางครั้งท่านอาจจะเหนื่อยอ่อนกับปัญหาครอบครัว บางครั้งท่านเหนื่อยอ่อนกับการงาน กับการเงิน มีหลายครั้งที่พระเจ้าพาไปชื่นชมยินดี ให้มีอาหารดีๆ รับประทาน ให้มีเพื่อนดีๆ เข้ามาช่วยเหลือ ให้มีเพื่อนดีๆ เข้ามาคุย จิตวิญญาณท่านก็ได้รับการฟื้นฟู พาเราผ่าน แล้วก็ไม่ให้เราตกลงไปในทางนั้นอีก บางครั้งคำว่า ผ่านหุบเขาเงามัจจุราช เป็นเรื่องน่ากลัว ปีที่แล้ว ปี 49 ท่านผ่านหุบเขาเงามัจจุราชมากี่หุบเขา 365 วัน ท่านนับได้ไหม แต่ท่านก็ผ่านมาได้ทุกหุบเขาใช่ไหม พระเจ้าให้เราได้เรียนรู้ เพื่อไม่ให้เราตกเข้าไปในการทดลอง นั่นก็เป็นพระคุณ
ถ้าเรารับพระพรมากๆ จนลืมอธิษฐาน บางครั้งพระเจ้าก็อนุญาตให้เจอปัญหามากมาย ท่านก็เลยต้องอธิษฐานทุกวัน ในวิวรณ์ 7:17
ท่านอาจจะถูกลบหลู่หลายครั้งหลายหน แต่พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาให้ และจะนำการดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยามนั้นออกไป เพราะพระเยซูคริสต์บอกว่า ร่างกายของพระองค์บนไม้กางเขนนั้นได้รับเอาความบาป รับเอาการดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ไปไว้ที่พระองค์หมดแล้ว และในวันที่ 3 พระองค์ทรงมีชัยชนะ และได้มอบชัยชนะนั้นให้กับเราแล้ว
พระองค์ทรงเฝ้าดูแลปกป้องคุ้มครองตลอดเวลา พระองค์ทรงเตรียมสำรับไว้ต่อหน้าต่อตาของศัตรู คำว่า ทรงเตรียมสำรับไว้ต่อหน้าต่อตาของศัตรู หมายความว่าเรายังคงรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางศัตรู ท่านรู้ไหมว่าท่านมีศัตรูอยู่รอบท่านขนาดไหน ไม่ว่าท่านอยู่ที่ไหน ก็มีศัตรูเสมอ เพราะในพระคัมภีร์บอกว่ามารเหมือนสิงโตคำราม วนเวียนอยู่รอบท่าน คอยจะกัดกินเหยื่อ ผมเคยนอนหลับแล้วอธิษฐาน ตื่นมาก็กังวล อธิษฐานก็นึกถึงเพลงที่บอกว่า ออกไปในกลางทะเล ไม่เห็นฝั่งหรือสิ่งใด ถ้าอยู่กลางทะเล ไม่เห็นฝั่งหรือสิ่งใด คือลับสายตาของมนุษย์ ผมไม่ทราบว่ากี่กิโลเมตร คือมองอะไรไม่เห็นเลย แล้วท่านนั่งอยู่ในเรือบดลำเล็กๆ ลำหนึ่ง มีพายอันหนึ่ง ถ้าท่านจะพายสุดกำลังของท่าน ให้มันถึงฝั่ง ถามจริงๆ ว่ามันถึงไหม พระเจ้าให้สติปัญญาว่า เจ้าจ้ำเท่าไหร่มันก็ไม่ถึง เพราะมันไกลสุดลูกหูลูกตา มันอยู่กลางทะเล ถ้าในความคิดเนื้อหนัง ก็จะบอกว่ามีทางเดียว ต้องตายแน่ เรามีกำลังอยู่แค่นี้ กลางทะเลน้ำก็ไม่มีกิน อาหารก็ไม่มี คลื่นทะเลจะพัดมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เรือจะพลิกคว่ำเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉลามก็มองดูอยู่ข้างๆ บางครั้งเราคิดว่าปลาวาฬอาจจะมาคอย เพื่อพาเรามาส่งที่ฝั่งแบบโยนาห์ เราคงคิดไปหลายๆ อย่าง แต่พระเจ้าบอกกับผมในกลางดึกนั้นว่า นอนเถอะ นอนอยู่ในเรือลำเล็กๆ นั้นแหละ เพราะเจ้าจ้ำเท่าไหร่มันก็ไม่ถึง ผมก็นอนเลย แล้วก็หลับไม่รู้เรื่อง พระเจ้าบอกให้นอนก็นอน คิดไปก็เปล่าประโยชน์ จ้ำเท่าไหร่มันก็ไม่ถึง
พระเจ้าเป็นผู้เลี้ยง คอยปกป้องคุ้มครองเราอยู่ตลอดเวลา หน้าที่ของแกะก็คือเชื่อฟัง เดินตามพระองค์ไป พระองค์บอกให้นอนก็นอนเถอะ พระองค์บอกให้เดินก็เดินไป แบบที่พระเจ้าทรงนำชาวอิสราเอลผ่านถิ่นทุรกันดาร ด้วยเสาเมฆและเสาไฟ หยุดก็หยุด ถ้าท่านไม่มีรายได้ ไม่มีเงินถวาย ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องถวาย ผมบอกชัดๆ เลย คงไม่มีผู้รับใช้พระเจ้าที่ไหนหรอกที่บอกอย่างนี้ แล้วไม่มีใครเขาเป็นพยานบอกว่า พระเจ้าจะเลี้ยงดูท่านที่หญ้าแห้ง ทุกสิ่งมันเป็นพระพร ถ้าท่านไม่ผ่านหญ้าแห้ง ท่านก็จะไม่เห็นคุณค่าของหญ้าเขียวสด ถ้าท่านไม่ผ่านน้ำที่มันแห้งขอด ท่านก็ไม่รู้หรอกว่าน้ำที่สะอาดไหลมาเต็มแม่น้ำนั้น มันอร่อยขนาดไหน ท่านจะไม่รู้พระคุณของพระเจ้าหรอก ถ้าท่านไม่ผ่านความยากลำบาก ในระหว่างที่พระเจ้าเลี้ยงดูเรา พระองค์ก็ชโลมด้วยน้ำมันที่หอม ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Perfume oil น้ำมันที่หอม ไม่ใช่น้ำมันธรรมดา แต่งตัวให้เราเสร็จเลย ก็คือให้เป็นที่ยกย่อง นับหน้าถือตาของคนทั่วไป ให้เรามีเกียรติในสังคม
อาหารและน้ำก็บริบูรณ์ และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศน์ของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์ นั่นคือหลังจากที่เราจากโลกนี้แล้ว เราจะอยู่กับพระเจ้าตลอดไปเป็นนิตย์ แต่ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในโลกนี้ ในสดุดี บทที่ 27 กษัตริย์ดาวิดตรัสว่า ขอให้ได้อยู่ในพระนิเวศน์ของพระองค์ เพื่อจะได้ดูสง่าราศีของพระองค์ ให้จิตวิญญาณเราเป็นอย่างนั้น
พี่น้องครับ ปี 49 หรือ ปี 2006 ที่ผ่านมา ท่านร้องไห้กี่วัน ท่านผ่านความกังวลเรื่องจะเอาอะไรกิน จะเอาอะไรนุ่งห่มกี่ร้อยครั้ง บางคนอาจจะเจออุบัติเหตุ บาดเจ็บ แต่ท่านก็ผ่านมาได้ ท่านที่เป็นเจ้าของกิจการ อย่างน้อยหรืออย่างมากก็มี 12 ครั้ง ที่ท่านกังวลว่าจะเอาเงินที่ไหนจ่ายลูกน้อง แต่ท่านก็ผ่านมาได้ ท่านอาจจะกังวลว่าจะเอาเงินที่ไหนผ่อนรถ จะเอาเงินที่ไหนผ่อนบ้าน จะเอาค่าเช่าบ้านที่ไหนให้เขา จะเอาค่าน้ำค่าไฟที่ไหนจ่าย ลูกไปโรงเรียนจะเอาที่ไหนซื้อเสื้อผ้า จะเอาค่าเทอมที่ไหนจ่ายให้กับลูก ฯลฯ แต่ปีที่แล้วทั้ง 365 วัน ท่านสามารถผ่านมาเพราะว่า The Lord is my shepherd พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยง
ขอบพระคุณพระเจ้า ปีที่แล้วท่านผ่านอะไรมาตั้งหลายอย่าง เพื่อว่าในปี้นี้
2550 หรือปี 2007 ท่านจะมีกำลังที่จะต่อสู้ต่อไป เพราะว่าพวกเราทั้งหลาย
มีผู้เลี้ยงที่ดีคือพระเยซูคริสต์ ปีที่แล้วพระเจ้าได้เลี้ยงพวกเราทุกคนผ่านมาได้อย่างไร
ปีนี้พระเจ้าจะเลี้ยงท่านและอวยพรท่าน ให้กำลังท่านอย่างนั้น ท่านจะสู้ได้
เพราะพระเยซูคริสต์เป็นผู้หนุนกำลังเราทั้งหลาย อาเมน |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||